Gary Lightbody หายไปไหนมา 7 ปี

กลับมาในรอบ 7 ปี หลายๆคนคงจะทราบข่าวการมาทัวร์ที่บ้านเราของ วง Snow Patrol ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้กันบ้างแล้ว แต่หนุ่มๆ อินดี้ร๊อคจากเมืองดันดีได้ห่างหายไปนานถึง 7 ปีจนบางคนคงลืมกันไปแล้ว ครั้งนี้พวกเค้ากลับมากับอัลบั้มใหม่อย่าง Wildness ทั้งนี้เนเพราะว่านักร้องนำอย่าง Gary LightBody ต้องไปบำบัดเกี่ยวกับการติดแอลกอฮอลล์นั่นเอง Gary กล่าวว่าเค้าติดเหล้างอมแงมหลังจากไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตประจำได้หากไม่ได้ดื่ม “ผมต้องดื่มทุกๆวันเลยเพื่อให้ผมมีกำลังใจที่จะมีชิวิตผ่านวันนั้นไปได้ มันเริ่มจากการที่ผมชวนเพื่อนแล้วไม่มีใครไปด้วย ผมจึงต้องบังคับตัวเองให้ดื่มคนเดียว ตอนแรกมันก็เพลินดีนะ หลังๆมันไม่ได้เป็นการบงคับละ เหมือนกับว่าผมทำเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ,การดื่มเหล้าติดต่อกันมันมีผลกระทบหลายอย่างเลย ไม่ใช่แต่ทางรางกายอย่างที่เราๆรู้กัน มันส่งผลถึงอารมณ์ด้วย ทุกๆส่วนเลย” “นักดนตรีบอกว่าการดื่มแอลกอฮอลล์นี่มัน ทำให้เราเขียนเพลงหรือแสดงสดได้ดีกว่าตอนเราปกติ แต่สำหรับผมนี่ไม่เลย มันไม่ได้ทำให้สมองผมแล่นได้ดีขึ้นเลย ในขณะที่เพื่อนร่วมวงอย่าง Johnny McDaid ได้ใช้เวลาว่างจากการที่รอวงทำอัลบั้มใหม่ ไปเขียนเพลงกับ Ed Sheeran และ Rudimental , Gary กลับมีสถาณการณ์ที่แย่มากๆ โดยในปี 2016 เป็นยุคที่ตกต่ำที่สุดของทาง Gary , Gary ได้ติดเชื้อโรคจากทางจมูก […]
บทความโดย 

กลับมาในรอบ 7 ปี
หลายๆคนคงจะทราบข่าวการมาทัวร์ที่บ้านเราของ วง Snow Patrol ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้กันบ้างแล้ว แต่หนุ่มๆ อินดี้ร๊อคจากเมืองดันดีได้ห่างหายไปนานถึง 7 ปีจนบางคนคงลืมกันไปแล้ว ครั้งนี้พวกเค้ากลับมากับอัลบั้มใหม่อย่าง Wildness
ทั้งนี้เนเพราะว่านักร้องนำอย่าง Gary LightBody ต้องไปบำบัดเกี่ยวกับการติดแอลกอฮอลล์นั่นเอง

Gary กล่าวว่าเค้าติดเหล้างอมแงมหลังจากไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตประจำได้หากไม่ได้ดื่ม
“ผมต้องดื่มทุกๆวันเลยเพื่อให้ผมมีกำลังใจที่จะมีชิวิตผ่านวันนั้นไปได้ มันเริ่มจากการที่ผมชวนเพื่อนแล้วไม่มีใครไปด้วย ผมจึงต้องบังคับตัวเองให้ดื่มคนเดียว ตอนแรกมันก็เพลินดีนะ หลังๆมันไม่ได้เป็นการบงคับละ เหมือนกับว่าผมทำเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ,การดื่มเหล้าติดต่อกันมันมีผลกระทบหลายอย่างเลย ไม่ใช่แต่ทางรางกายอย่างที่เราๆรู้กัน มันส่งผลถึงอารมณ์ด้วย ทุกๆส่วนเลย”

“นักดนตรีบอกว่าการดื่มแอลกอฮอลล์นี่มัน ทำให้เราเขียนเพลงหรือแสดงสดได้ดีกว่าตอนเราปกติ แต่สำหรับผมนี่ไม่เลย มันไม่ได้ทำให้สมองผมแล่นได้ดีขึ้นเลย

ในขณะที่เพื่อนร่วมวงอย่าง Johnny McDaid ได้ใช้เวลาว่างจากการที่รอวงทำอัลบั้มใหม่ ไปเขียนเพลงกับ Ed Sheeran และ Rudimental , Gary กลับมีสถาณการณ์ที่แย่มากๆ

โดยในปี 2016 เป็นยุคที่ตกต่ำที่สุดของทาง Gary , Gary ได้ติดเชื้อโรคจากทางจมูก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่เค้าติดสุราอย่างหนัก
คุณหมอได้ตักเตือนเค้าว่า ถ้าไม่เลิกตอนนี้เค้าจะต้องตายแน่ๆ นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของ Gary ที่่เริ่มมีความคิดที่ต้องเลิกเหล้าแบบจริงจังซะแล้ว หลังจากนั้นสองปี Gary วัย 41 ปี ก็สามารถเลิกเหล้าได้สักที แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ,

ถึงแม้ว่า Gary จะสามารถแก้ไขปัญหาทางร่างกายได้แล้ว ต้องมาดูปัญหาทางด้านจิตใจด้วยเพื่อที่จะได้กลับมาแต่งเพลงอีกครั้ง, ในที่สุด Gary ก็เจอทางสว่างจนได้ เมื่อเค้าได้ยินข่าวว่า Nick Cave นักร้องชื่อดังชาวออสเตรเลีย ได้ออกอัลบั้ม Skeleton Tree ที่แต่งจากการเสียชีวิตของลูกชายของเค้า
“เพลงแรกที่ผมฟังในอัลบั้ม Nick Cave มีชื่อว่า Jesus alone ,มันเป็นเพลงที่ดิ่งมาก ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับลูกชายเค้า ,ผมไม่สามารถหยุดฟังเพลงนั้นได้เลย ผมฟังมันสิบรอบได้มั้ง ซึ่งตอนนั้นผมฟังกับ Garrett Jacknife โปรดิวเซอร์ของวง , ผมหมกมุ่นกับมันมาก ซึ่งผมใช้เวลาแค่ครึ่งชม. ตอนที่ Garrett ไปกินข้าวกลางวัน แต่งเพลง A Youth Written in a Fire(เพลงในอัลบั้ม Wildness) เสร็จ

“อยู่ดีดีเพลงมันก็ขึ้นมาในหัวผม ,อะไรที่ nick จะสื่อ ผมรู้สึกว่าผมได้รับมันทั้งหมดเลย โดยหลังจากที่ฟังแล้ว ผมรู้สึกเข้าในเค้าที่เค้าเคยต้องต่อสู่ชีวิตช่วงนั้นมาอย่างยากลำบาก ” ทั้งนี้เพลงA Youth Written In Fire นั้นแต่งจากตอนที่ Gary ได้ผ่านจุดที่ต้องดื่มสุรามาหนักมาก

หลังจากนั้นเพลงต่างๆ ก็ไหลมาเทมา มันเป็นเรื่องราวของ 7 ปที่ผ่านมาที่เค้าไปเจอ เช่น Heal Me, Don’t Give In, What If This Is All The Love You Ever Get?

“ผมคิดว่าผมต้องไม่ย้อนกลับไปแล้ว และมันไม่ใช่สิ่งที่ผมกลัวอีกต่อไป ผมเลยต้องเริ่มเขียนอะไร เกี่ยวกับมันสักที ซึ่งเพลงดังกล่าวมันช่วยผมไว้มากเลย มันอาจจะไม่ได้เป็นการบำบัดจริงจัง แต่มันเป็นเครื่องเตือนใจมากกว่า

อัลบั้ม Wildness นั้นถือเป็นอีกอัลบั้มนึงที่ Gary ได้แต่งเพลงเองเกือบทั้งหมด หลังจากที่เค้าเคยทำในอัลบั้ม Final Straw เมื่อปี 2003 มาแล้ว
เพลงแรกของ อัลบั้ม Wildness มีชื่อว่า “Life on Earth” ได้มีลูกสาวของเค้ามาร่วมช่วยด้วย
“ตอนที่ผมร้องเพลงนี้ครั้งแรกเนี่ย ผมร้องได้แย่มากเลย เพราะเสียงของผมนั้นมันแหบมาก จากการที่ผมเป็นหวัดและผมใช้งานเสียงของผมทุกวัน ด้วยคีย์ของมันจึงทำให้ผมไปไม่ถึงและเสียงมันแปลกมากๆ ซึ่งผมก็มีความคิดที่จะอัดมันใหม่ แต่แล้วลูกสาวของผมก็เข้ามาบอกว่าอย่าอัดใหม่นะ เค้าชอบมันมาก ถ้าผมอัดใหม่ เค้าคงไม่คุยกับผมแน่ ,แต่อย่างไรก็ตามผมรู้สึกตัดสินใจถูกที่ไม่ได้เปลี่ยนไป”

ถือว่าครอบครัวของ Gary มีส่วนเป็นอย่างมากในการทำอัลบั้ม Wildness ,สมาชิกอีกคนที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องคือ พ่อของเค้า ที่มีปัญหาทางด้านความจำ

อย่างเช่น เพลง “Soon” ซึ่งเป็นเพลงที่เล่าเรื่องราวระหว่างตัวเค้าเองและพ่อของเค้า ,MV เป็นการถ่ายการใช้ชีวิตของสองพ่อลูกที่นั่งดูทีวีด้วยกัน “มันเป็นช่วงเวลาที่น่ารักมากๆเลย ผมจะเป็นคนร้องเพลงและเค้าเป็นคนเสริม ซึ่งผมรู้สึกมีความสุขมากๆ ด้วยสุขภาพของเค้าตอนนี้มันคงไม่ค่อยดีแหละ แต่มันก็ยังมีเรื่องตลกอยู่เหมือนกันนะ บางทีเค้าชอบเล่นมุขเกี่ยวกับตัวเองว่า เค้าเป็นโรคความจำเสื่อม ให้เตือนเค้าบ่อยๆ ถ้าอันไหนเค้าลืม เค้าจะชอบบอกว่า จำไม่ได้เหรอไงว่าเค้า ควาจำเสื่อม ” Gary กล่าว

เหมือนเพลงอื่นๆ ของอัลบั้ม Wildness ที่จะมีข้อความแอบซ่อนอยู่ในเพลง Soon ,ในเพลง Soon จะมีข้อความของบ้าน Lightbody ที่อยู่บนกำแพงของบ้านว่า Clarior E Tenebris ที่แปลว่า แสงสว่างหลังความมืด ,หรือ ฟ้าหลังฝนหรือแสงสว่างปลายอุโมงค์
“คำคมดังกล่าวสื่อถึงผมที่สุด ,ผมคิดถึงคำพูดนั้นมาตลอด คุณต้องปล่อยวางตัวเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นและปล่อยให้สิ่งดีดีเข้าหาตัวคุณบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งอัลบั้ม Wildness กำลังจะกล่าวถึง

หลังจากที่ออกอัลบั้ม Wildness ,Snow Patrol ได้ไปเป็นวงเปิดของ Ed Sheeranใน divide Tour ,ซึ่งเหมือนกับการตอบแทนSnowpatrol กลับเหมือนกัน เพราะว่า ก่อนที่ Ed จะดัง ก็เป็นวง Snow Patrol เนี่ยแหละที่ให้ Ed เป็นวงเปิดให้
หลังจากที่เค้าพบกันในรอบเกือบ 10 ปี เค้าได้บอกว่า

“ตอนนั้นที่ผมเจอ Ed น่ะ,เค้ากำลังสักลายสักใหม่พอดีเลย และผมก็บอกเค้าว่า ถ้าวันนึงผมต้อมีรอยสักเนี่ย ผมต้องเอารอยสักของท่อนท่อนนึงของเพลง Bon Iver แน่ๆ

นั่นคือท่อน ‘Everything that happens is from now on,’ ซึ่ง Ed ก็พูดท่อนนี้มาพอดี ซึ่งทำผมตกใจมาก หลังจากนั้น Ed ก็ไปพบกับนักร้องของวง Bon Iver จริงๆ หและก็ได้ถ่ายรูปมาให้ผม และส่งข้อความมาบอกผมว่า นี่เค้ากำลังจะสักลายนี้จริงๆนะ นายไปสักซะ แล้วมาเจอกันในวันพรุ่งนี้ hahahah แต่ผมไม่ได้ทำหรอก ผมป๊ออด วันนึงผมอาจจะทำก็ได้นะ ใครจะไปรู้ ”

หลังจากนั้น 7 ปีตอนนี้ Ed Sheeran ก็กลายเป็นนักร้องชื่อดังของโลกไปแล้วแต่มีสิ่งนึงที่ไม่สามารถก้าวผ่านวง Snow Patrol ได้คือ เพลง Chasing Car ที่สามารถอยู่บนชาร์ตเกาะอังกฤษได้ถึง 166 สัปดาห์ใน UK Chart ,ซึ่งเคยมีเพลงที่ทำได้ถึงจุดเดียวกันได้ คือ เพลง Mr.Brightside ของ The Killers

“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่าเพลงนี้ จะดังได้ขนาดนี้น่ะ , ผมตกใจมากๆ เลยนะ ผมมีความรู้สึกที่ดีกับเพลงนี้มากเลย ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มันทำให้คนดูมีความสุข ทุกคนร้องได้ ,มันเป็นช่วงเวลาที่เยี่ยมยอดไปเลยทุกครั้งที่ผมได้เล่นมัน”

หลังจากที่เรารู้แล้วว่า Gary หายไปไหนมาตั้ง 7 ปี ,เราไปชมเค้าได้นะ ที่ Moonstar Studio ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ซื้อบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/demetervery/snowpatrol

อภินันทาการจาก THE VERY COMPANY

Related Posts

5 เรื่องน่ารู้ Daniel Caesar

เผื่อโดนกระแสงานอื่นกลบ อย่าลืมเรายังมีนัดเดือนหน้าอีกงานกับ Daniel Caesar Live in Bangkok by VERY RADIO…

July Gigs

คอนเสิร์ตเดือนกรกฏาคมแล้ว มีใครเล็งอันไหนไว้บ้าง …