Blueprint Page

ปกอัลบั้มถือว่าเป็นสิ่งที่คนทั่วไปจะจดจำอัลบั้มนั้นได้ ก่อนที่จะฟังเพลงในอัลบั้มนั้น เรียกได้ว่าแต่ละคนก็มีดีไซน์เป็นของตัวเอง บางคนเป็นรูปวาด บางคนเป็นรูปวิว หรือรูปวงของตัวเอง
แต่สำหรับบางวงแล้ว เค้ากลับเอารูปคนอื่นขึ้นมา โดยเราก็ไม่ทราบว่าเค้าคนนั้นคือใคร โพสต์นี้เลยอยากจะบอกกล่าวถึงบุคคลปริศนาต่างๆที่เคยชึ้นอยู่บนปกอัลบั้มดังๆ ว่าทำไมเค้าถึงขึ้นไปอยู่บนนั้นได้

1. Nirvana : Nevermind (1991)
หลายคนคงคุ้นเคยกับปกอัลบั้มเด็กน้อยคนหนึ่งที่ลอยอยู่ในน้ำ และกำลังไล่จับธนบัตรใบหนึ่งอยู่
อัลบั้มดังกล่าวเป็นอัลบั้มที่สองของวงร๊อคสัญชาติอเมริกันอย่าง Nirvana เด็กคนนั้นมีชื่อว่า Spencer Elden ที่ตอนนั้นอายุเพียง 3 เดือน โดยช่วงเวลาดังกล่าว พ่อแม่ของSpencer ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมงานที่มีชื่อว่า Kirk Weddle ที่ต้องการจะขอยืมลูกชายตัวเล็กของพวกเค้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอัลบั้มใหม่ของ nirvana ,ซึ่งตอนแรก มีแค่ภาพของเด็กน้อยเท่านั้น แต่มันก็ม่ค่อยดึงน่าสนใจเท่าไร จึงได้มีการนำรูปของ แบงค์ดอลล่าร์กับเบ็ด เข้ามา Photoshop เพื่อให้ดูเหมือนเด็กคนนั้นกำลังว่ายเข้าหาเงินใบนั้น โดยพ่อของ Spencer ได้รับเงินตอบแทนประมาณ 200$ และ ใช้เวลาในการถ่ายเพียง 15 วินาทีเท่านั้น

“มันเท่นะ กับการที่คุณได้อยู่บนปกอัลบั้ม” Spencer ได้บอกกล่าวกับหนังสือพิพ์อย่าง Independent ในปี 2008
“แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติแล้วล่ะซิเพราะผมโตขึ้นแล้ว แต่มันก็คงอยู่กับผมไปคงตลอด แบบว่า นั่นมันกูนิที่อยู่บนปกอัลบั้ม”

2. Smashing Pumpkins – Siamese Dream (1993)
เป็นภาพของเด็กสาวสองคนที่ยืนกอดกันในทุ่งหญ้าที่สดใส โดยที่อาจจะไม่ตรงกับแนวทางของวงสักเท่าไร โดยที่ทั้งสองสาวถูกคิดว่าเป็นแฝดกันตลอด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ เด็กคนซ้ายมีชื่อว่า Ali Laenger ซึ่งตอนนี้ได้รับข่าวว่าเป็นนางแบบและ Designer ,ส่วนอีกคนมีชื่อว่า Lysandra Roberts และเมื่อปีที่แล้ว Official IG ของ Smashing Pumkins ก็ได้โพสต์ถึงการรียูเนี่ยนของวง ที่มีรูปของสาวน้อยทั้งสองตอนโตแล้วมาเปรียบเทียบให้ดูว่าตอนนี้ทั้งสองสวยขึ้นขนาดไหนแล้ว

ทั้งนี้เคยมีข่าวลือว่า จริงๆ แล้ว Nicole Fiorentino อดีตมือเบสของวงก็เคยเป็นข่าวว่าจริงๆแล้วนางคือหนึ่งในเด็กของทั้งสองคนนี้แหละ ทำให้ทุกคนสงสัยกันหมดว่าจริงหราาาาา สุดท้ายไม่จริง เป็นทวิตเตอร์ที่คนเค้ากุขึ้นมาทั้งน้านนนนน

 

3.Arctic Monkeys – Whatever People Say I Am, That’s What I’m Not (2006)
ที่เป็นหน้าของเด็กวัยรุ่นที่ดูดบุหรี่อยู่ ที่ใครๆหลายคนก็พาคิดว่าเป็น adam Sandler หรือเปล่า แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่หนุ่มคนนั้นมีชื่อว่า Jon McClure ซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า Jon เป็นเดก็กปกติคนนึงที่อยู่เมืองเดียวกับ วง Arctic Monkeys ซึ่งสนิทกับมือเบสของวงอย่าง Andy Nicholson โดยวันนั้นวง Arctic Monkeys ได้อยู่ที่เมือง Liverpool และกำลังจะออกอัลบั้มใหม่อัลบั้มนึงแต่ไม่มีไอเดียเลยว่าจะเอาหน้าปกอัลบั้มแบบไหน จึงได้โทรหา Jon เนี่ยแหละว่ามาเป็นแบบให้หน่อย แต่พอ jon ไปถึงเมือง Liverpool กลับไม่ไม่เจอใครเลย วงกำลังไปทัวร์ในเมืองใกล้อยู่ ทั้งนี้เจอแต่ผู้จัดการของวงและช่างภาพ ทางผู็จัดการก้บอกมห้ Jon เอาเงินไป 100 ปอนด์และก้บอกว่าให้ไปจัดการกับตัวเองให้เมาซะแล้วค่อยกลับมาตอนตีสอง พอ jon กลับมาก็เมามากๆ ทางช่างกล้องเห้นก็เลยแชะไปสักภาพ และก็ได้เห็นเป็นอย่างที่เราเห็นโดยทั่วไป

 

4.Blink 182 – Enema Of The State (1999)
นางพยาลาบสาวสุดเซกซี่อที่ดึงถึงมือสีฟ้า มีชื่อว่า Janine Lindemulder ซึ่งมีคนบอกว่าเป็นดาราหนังผู้ใหญ่ (โดยทางวงบอกว่าไม่รู้ในเวลานั้น) ทั้งนี้ Janine เคยได้เป็นถึงนักแสดงของหนังอย่าง Extreme Close Up (1997), Hidden Obsessions (1994) and Seven Deadly Sins (2000) (หนังโรงนะ) เธอเป็นอดีตภรรยาของเจ้าของรายการทีวีชื่อดังอย่าง Jesse James ,ทั้งนี้เธอเคยถูกจับเนื่องจากได้ไปทำร้ายร่างกายแฟนหนุ่มของเธอในปี 2003 และก็ได้มีคดีหหนีภาษีในปี 2008 จนได้ถูกส่งไปที่คุกอีก

 

5. The Strokes – This is it (2001)

หลายคนคงเคยเห็นรูปอัลบั้มคลาสสิคที่เป็นรูปบั้นท้ายภาพ Portrait อันเซกซี่ของสาวคนหนึ่ง อยู่บนอัลบั้มที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในต้นปี 2000 อย่าง This is it ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของ The Strokes .

เป็นรูปที่ถ่ายโดยนักถ่ายรูปอย่าง Colin Lane ,ซึ่งนางแบบคนนั้นเป็นแฟนของ Colin เอง

ซึ่งนางแบบคนดังกล่าวบอกว่ามันเป็นการถ่ายที่รวดเร็วมาก มันเกิดขึ้นหลังจากที่เธอพึ่งออกมาจากห้องน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ

“ตอนนั้นชั้นไม่ใส่อะไรเลย พึ่งอาบน้ำเสร็จ มาหมาดๆ และก็กำลังเดินอยู่รอบๆ บ้าน ,หลังจากนั้นแฟนชั้นก็บอกให้ใส่ถุงมืออันนี้ซะ พอชั้นใส่เสร็จเค้าก็ให้ชั้นโพสต์ท่า แล้วก็แชะเลย” แฟนสาวกล่าว

ส่วนนาย Colin Lane กล่าวว่า “ตอนนั้นประมาณปี 1999 หรือ 2000 นี่แหละ ,ผมกำลังถ่ายแฟชั่นที่อพาร์ทเมนท์ของผม ซึ่งมีของเยอะมาก แฟนสาวของผมก็ได้เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี ซึ่งผมกำลังลองกล้องโพรารอยด์อยู่ ในขณะที่ผมถ่ายอยู่ ผมเจอถุงมือ Chanel คู่นึง ผมจงขอร้องให้แฟนผมสวมมันซะ ตอนนั้นเราถ่ายทั้งหมดประมาณ 10 รูปได้ มันไม่มีแรงบันดาลใจเลย จริงๆแล้วมันจะเป็นรูปที่ถ่ายระยะไกล และผมก็กะจะถ่ายแค่หัวกับไหล่เท่านั้นเอง แต่พอเธอใส่ถุงมือเท่านั้นแหละ ผมเลยให้เธอก้มลงอีกหน่อยและก็ได้รูปอย่างที่ทุกท่านเห้นนี่แหละ  พอตอนที่หน้าปกของวงออกมาแฟนสาวของผมพอใจเป็นอย่างมาก ผมก็เช่นกันที่ได้มีรูปก้นของแฟนอยู่บนหน้าปกอัลบั้มของ The Strokes

 

6.Vampire Weekend – Contra (2010)

เป็นรูปผู้หญิงหน้าตาสละสลวยผมบลอนด์ที่รูปออกวินเทจน์หน่อย นางมีชื่อว่า Ann Kirsten Kennis ซึ่งเป็นนางแบบยุค 80-90 ที่มาของรูปนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะว่า ตัว Kennis เองบอกว่าไม่รู้ว่าภาพนี้วง Vampire Weekend เอาไปขึ้นได้อย่างไร เธอไม่รู้เรื่องเลย เธอเห็นรูปนี้เพราะว่าลูกสาวเธอซื้ออัลบั้มมาและเอามาให้เธอดู จึงเกิดการฟ้องร้องวง Vampire Weeknd และช่างกล้องชื่อ Tod Brody ขึ้นมา เป็นมูลค่ากว่า 2 ล้านดอลล่าร์

ฝ่าย Kennis ก็บอกว่ามันเป็นรูปที่ถูกถ่ายขึ้นภายในครอบครัวของ Kennis เอง , “มันเป็นรูถ่ายโพลารอยด์ที่ถ่ายกันเอง ไม่ได้เป้นรูปถ่ายแบบงานแบบ ซึ่งตัว Kennis เองเป็นนักถ่ายอยู่แล้วและมีรูปเยอะมาก บางทีก็ขายไปในราคาถูก ขายเล่นๆ 5-10$ บางทีนางอาจะขายไปให้งานการกุศลต่างๆ ก็ได้

ส่วนทาง Brody ช่างกล้อง ก็ได้บอกว่า “สิ่งที่ Kennis บอกนั้นมันไม่จริงเลย ผมถ่ายรูปนี้เมื่อปี 1983 ,รูปนี้มันเป็นของผมตอดเวลากว่า 26 ปี,จนกระทั่งมันไปส่งถึงมือของ Vampire Weekend

 

7.U2 : Boy and War (1980/1983)

หลายคนคงเคยเห็นใบหน้าของหนุ่มน้อยวัยใส ขึ้นอัลบั้มของวงร๊อครุ่นเดอะ อย่าง U2 ,น้องคนนี้ชื่อว่า Peter Rowen ,น้องอายุเพียง 5 ขวบตอนถ่ายอัลบั้ม Boy และ อายุ 8 ขวบตอนถ่ายอัลบั้ม war  น้องมาถ่ายได้เพราะว่าตอนนั้นพี่ชายของ Peter ชื่อ Guggi เป็นเพื่อนสนิทของ Bono นักร้องขอวง U2

ทั้งภาพขาวดำอย่าง  Boy และ War จะดูคล้ายๆกัน ซึ่งเป็นรูปเด็กน้อย ที่ถอดเสื้อแล้วจ้องมองมาที่กล้อง แต่อัลบั้ม War เป็นอะไรที่ดูขึงขังกว่า “เรื่องที่สำคัญของภาพนื้คือการสื่อความหมายของรูปมากกว่า “อัลบั้ม Boy รูปจะสื่อถึงความ innocent ของเด็ก ,ส่วนอัลบั้ม War จะเป็นรูปเกี่ยวกับรูปที่บ่งบอกถึงความดุดัน ที่โชว์ให้เห็นว่าโลกสามารถทำอะไรกับเด็กได้

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า Peter ได้มาเป็นช่างกล้อง และได้ไปถ่ายภาพวง U2 ในปี 2001 “ตอนนั้นผมอยู่ในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพทั้งนั้น ตอนนั้นวงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมอยู่ตรงนั้น Bono นี่อยู่ตรงข่างหน้าผมพอดี เลย มันค่อข้างที่จะตลกมาก”

นอกจากนี้ Peter ยังกล่าวว่า เค้าไม่เคยใช้สิทธิดังกล่าวในการแอบอ้างชื่อเสียง “ผมรู้จักพวกเค้ามาตั้งแต่เด็ก พวกเค้าก็พูดจาดีกับผมตลอดนะ แต่เราไม่ได้สนิทกันเพราะพวกเค้าโตกว่าผมมากเลย ผมไม่เคยเอามันไปแบอ้างนะ เพราะมันดูเหมือนคนปัญญาอ่อนเลยถ้าคุณเอาคำพูดพวกนั้นมาอยู่ระหว่างบทสนทนา แบบว่า เฮ้ย ผมเคยอยู่ในหน้าปกของ U2 ด้วยวะ ผมคงโดนสวนมาว่า แล้วไง”

 

8.Dinosaur Jr – Green mind (1991)

เป็นอัลบั้มของวงรุ่นเก๋าอีกวง ที่มีการพูดถึงรูป cover อัลบั้มที่สี่ของพวกเค้าอย่าง Green Mind ที่เป็นรูปของ เด็กผู้หญิงคนนึงกำลังสูบบุหรี่อยู่ที่ชายหาด ซึ่งเจ้าของภาพอย่าง Joseph Szabo ได้เล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นผมได้ไปอยู่ที่ Jones Beach ใน New York ซึ่งมีคนแนะนำให้ผมไปที่นั่นถ้าอยากถ่ายรูปผู้คน ผมจึงที่นั่นพอผใมไปถึงชายหาด เด็กคนนั้นก็อยู่ข้างหน้าผมอยู่ไม่กี่เมตร ผมจึงกด  Shutter ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ผมกดได้แค่สองรูปเท่านั้นเอง พอผมก้มลงมาดูที่ภาพและมองกลับไปที่เด็กคนนั้นอีกที น้องเค้าก็หายไปซะแล้ว แบบหายไปจริงๆ

“หลังจากนั้นประมาณ 1 ปี,รูปดังกล่าวก็ได้ถูกเผยเพร่ในนิตยาสารอันหนึ่ง และผมก็ได้สอนในคลาสเรียนแห่งหนึ่งซึ่งมีเด็กคนนึงเหมือนน้องคนนั้นมาก แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ ให้ตายเถอะผมอยากจจะเอเด็กคนนั้นจริงๆ “

“น้องคนนั้นน่าจะเป็นผู้หญิงอายุ 10-11 ขวบนะ แต่เธอไม่น่าอจะอายุถึงที่จะสูบบุหรี่ได้ ถึงแม้ว่าตอนนั้นยุค 60-70 พวกวัยรุ่นจะสูบบุหรี่กันเร็วมากก็ตาม”

 

9.Foo Fighter – There is nothing left to lose (1999)

ใครจะไปรู้ว่าต้นคอที่มีรอยสักอย่าง FF (Foofighter) เจ้าของรอยสักจะเป็นตัวหัวหน้าวงเองอย่าง Dave Grohl นั่นเอง

ทั้งนี้เป็นรูปถ่ายหน้าปกอัลบั้มที่ สามของวงอย่าง “There is nothing to lose” ที่มีเพลงดังอย่าง Learn to fly ตอนนั้นป๋าผอมมากเลยot

 

10.The Smith – Meat is murder (1985)

เป็นอัลบั้มที่สองจากวงร๊อครุ่นเก๋าของวง The Smiths ออกมาเมื่อวันที่ 11 กพ. 1985 ที่เป็นรูปของทหารหนุ่มคนนึงที่กำลังปฏิบัติภารกิจที่สนามรบแห่งหนึ่ง โดยหมวกของเค้าถูกเขียนว่า Meat is murder.  ซึ่งรูปดังกล่าวเป็นภาพของนาวิกโยธินที่มีนามว่า Michael Wynnin ซึ่งอยู่ที่เวียดนาม

จริงๆแล้ว  ภาพดังกล่าวถูกใช้ในหนังสือของ Emile de Antonio เรื่อง “In the Year of the Pig” เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนอเมริกันที่เกี่ยวข้องในสงครามเวียดนาม ซึ่งจริงๆแล้วรูปบนหมวกถูกเขียนว่า Make War Not Love ,คำว่า “Meat is murder” ถูกPhotoshop เข้าไป

 

11.Scissors sisters : Night Work (2010)

“กล้ามดาก”อันทรงพลังของวงร๊อคจากนิวยอร์ค เป็นของ นักเต้น Broadway ที่ชื่อว่า Peter Reed .ซึ่งถ่ายโดยช่างกล้องอย่าง Robert Mapplethorpe ในปี 1980 ซึ่งถูกวิจารณ์มากมายจากนักรีวิวต่างๆ

แต่ทั้งนี้มือกีตาร์อย่าง Del Marquis ก็ได้มาแก้ต่างให้ว่า มันเป็นภาพที่คลาสสิคจริงๆ

“ผมรู้อยู่แล้วล่ะ ว่าจะต้องมีคำวิจารณ์จากหลายๆคน ,วงเรามีทั้งคนชอบกับคนไม่ชอบล่ะ เราเลยไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้าคนที่ชอบเราจริงเค้าไม่ได้มาสนใจอะไรแบบนี้หรอก  การแสดงออกมันก็บ่งบอกอะไรบางอย่างนะ ,บางคนมองว่ามันเป็นเรื่องของเกย์ หรือ น่ารัก หรือศิลปะชั้นสูง แต่ผมชอบอ่านข้อความต่างๆ ที่พูดถึงหน้าปกอัลบั้มอันนี้นะ
12. Oasis : (What’s the story) Morning Glory ? (1995)
เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเห็นหน้าปกของพี่น้องสุดกวนจากเมือง Manchester ซึ่งเป็นอัลบั้มที่มีเพลงอย่าง Wonderwall และ Don’t look back in anger .รูปนี้ถูกถ่ายขึ้นที่ ถนน Berwick กรุงลอนดอน ซึ่งเป็นถนนที่มีที่ตั้งของร้านขายซีดีชื่อดัง ซึ่งคนสองคนในรูปหน้าปกไม่ใช่พี่น้อง gallagher แต่อย่างใด แต่เป็น Brian Cannon ไดเรคเตอร์ของวง , Sean Rowly ดีเจ ทั้งนี้รูปดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นโดย Michael Spencer Jones . ทั้งนี้ Brian Cannon เป้นคนที่เดินหันหน้ามา และ Sean เป็นคนที่เดินหันหลัง จริงๆ แล้วจะมีโปรดิวเซอร์อัลบั้มดังกล่าว แอบอยู่ข้างหลังด้านซ้ายของรูปด้วย ชื่อว่า Owen Morris
“จริงๆแล้วคนที่อยู่บนหน้าปกควรจะเป็นทั้ง Noel และ Liam ,แต่พวกเค้าแม่งเมาค้าง ไม่ตื่น” Brian กล่าว
“การถ่ายรูปหน้าปกนี้ ถูกกำหนดไว้ว่าจะถูกถ่ายเวลาตีห้า ซึ่งเป็นเราก็ไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน แล้วก็อยู่ยาวจนถึงตีห้าเลย แต่พ่อหนุ่มทั้งสองกลับมาถ่ายไม่ไหว พวกเราเลยต้องมาถ่ายเอง ,เราคิดว่าเราเลือกเวลาและสถานที่ถูกแล้วเพราะว่าเพราะเราคิดว่ารถน่าจะพลุกพล่านแน่ สำหรับถนนเส้นนี้ เพียงแต่ว่ามันกลับไม่มีอะไรเลย เงียบมาก ผมเกือบจะต้อง Photoshop รูปรถเข้ามาแล้วนะ สุดท้ายเราก็ไม่เอา “