7 อาการคนเสพย์ติดคอนเสิร์ต

คุณเป็นพวกเสพย์ติดงานดนตรีไหม ถ้าคุณทำตามอย่างน้อย 5 ข้อต่อไปนี้ คุณต้องเป็นพวกบ้าคอนเสิร์ตหรืองานดนตรีแน่ๆ เลย
บทความโดย 

คุณเป็นพวกเสพย์ติดงานดนตรีไหม ถ้าคุณทำตามอย่างน้อย 5 ข้อต่อไปนี้ คุณต้องเป็นพวกบ้าคอนเสิร์ตหรืองานดนตรีแน่ๆ เลย

ภายในปีนี้เพื่อนๆไปคอนเสิร์ตกี่งานแล้วละ ถ้ามากกว่า 4 งานนี่ ถือว่าค่อนข้างเสพย์ติดไปแล้วนะ บางที 555 แต่ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าพึ่งมีงานวิจัยมาว่าคนเราเนี่ยถ้าดูคอนเสิร์ตมากๆ จะทำให้เราอารมณ์ดี ชีวิตบวกต่อคนรอบข้าง เอาล่ะ เรามาดูกันหน่อย ว่ามีพฤติกรรมไหนบ้างที่อาจจะบ่งบอกว่า เราเป็นพวกเสพย์ติดงานดนตรีแล้วนะ

 


1. กดบัตรโดยที่ไม่รู้ว่าจะไปได้หรือเปล่า

หลายครั้งที่พองานต่างๆ ออกมาแล้ว เราอาจจะต้องช่วงชิงกับคนอื่น โดยการที่เราต้องรอตื่นมาตอนเช้า มาคาดหวังอะไรสักอย่าง โดยที่จะได้หรือเปล่าหรือระบบจะล่มมั้ยก็ไม่รู้ แต่สิ่งที่รู้คือ กูต้องได้บัตร ยิ่งนี่ถ้าวงดังที่มีแนวโน้มว่าบัตรจะหมดนี่ มันเหมือนการฆ่าฟันกันทางอ้อมเลย พอเรากดได้เสร็จนี่เหมือนบรรลุอะไรสักอย่าง แบบว่ากูคือผู้ชนะ แต่อย่างไรก็ตามบางคนก็ต้องทิ้งบัตรเพราะว่าบางทีศิลปินอาจจะมาในช่วงที่เราไม่ว่าง หรือเราอาจจะติดอะไรสักอย่าง แต่ไม่เป็นไร เอาเป็นว่า กูอุ่นใจก่อนเป็นพอ

 


2. อดเงินกินเพื่อซื้อบัตร

ค่อนข้างที่เหมือนกับข้อข้างบนโดยที่ กูกดบัตรก่อนโดยที่ไม่คิดว่าจะเหลืออะไรให้กินเลยจนถึงสิ้นเดือน มาม่าวนไปละกัน แต่ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้ไปดูศิลปินที่ชอบนะ เงินกินเหล้าหรือเอาไว้เที่ยวต่างๆ ก็มาเสียกับงานดนตรีดีกว่า บางทีคนที่ไปงานเทศกาลดนตรีที่จัด 3 วันนี้ราคาเป็นหลักพันบ้าง แต่อาหารเช้า กลางวัน เย็นนี่กินแบบพอเพียงพอ เอาประทังชีวิตพออยู่ได้ เพราะอาหารในงานก็แพงเกิ๊น

 


3.ใกล้สอบแต่กูก็ไป

คือแบบว่ามันสองจิตสองใจอะนะ บางทีเพราะว่าศิลปินเค้าก็มีเวลาเดินทัวร์ของเค้าที่ไม่แน่นอน แต่ตารางสอบเรามันก็ Fixed เหมือนกัน ไปเลื่อนก็ไม่ได้ และถ้ากูอ่านหนังสือเร็วกว่านี้ คงไม่เป็นไร แต่พอดีไม่ได้ทบทวนบทเรียนเลย เลยต้องมาอ่านช่วงก่อนสอบนี่แหละ กะปรี้กะเปร่าสุดละ ไอพวกไฟลนก้นเนี่ย แต่ศิลปินที่ชอบมา ก็ทำไงได้ ไปก่อนละก่อน วันนี้คือวันนี้ พรุ่งนี้คือพรุ่งนี้

 


4. ต้องแชร์ หรือ Tag เพื่อนไว้ก่อน

บางทีมันก็จำไม่ได้อะนะ ช่วงนี้คอนเสิร์ตมันมาเยอะหรือเกิน บางทีก็ต้องแชร์เก็บไว้เพื่อไว้เตือนความจำหน่อยนะ หรือบางทีก้ Tag คนที่จะไปกับเราเนี่ยแหละ เพื่อนเป็นการเตือนมันด้วยนะ ว่าเตือนกูด้วย และก็เป็นการบังคับทางอ้อมเหมือนกัน

 


5. ศิลปินที่ชอบมาคนเดียวก็ไปแล้ว

คือสมมติว่างานเทศกาลดนตรี ประกอบไปด้วยหลายๆ วงที่มาแสดงอีกหลายวงเฉยๆ ไม่ถึงกับเกลียด แต่เรายังตัดสินใจที่จะกดบัตรไปให้ได้ แสดงว่าเราอยากจะดูศิลปินคนนี้รวมถึงซึมซับบรรยากาศงานดนตรีที่หาไม่ได้ตาม Youtube

 


6. ไปดูซ้ำ

บางคนโชคดีที่มีโอกาศไปดูต่างประเทศ ต่างเมืองมาแล้ว แต่พอดี๊ศิลปินคนนี้มันดันเพิ่งจะมาประกาศว่าจะมาทัวร์ที่บ้านเรา ก็เลยจองไปอีกรอบละกัน หรือว่าศิลปินมาทัวร์อีกรอบโดยที่ยังไม่ได้ออกอัลบั้มใหม่เลย เพลย์ลิสต์ก็เหมือนเดิม แต่ว่ากูก็ไป ดูซ้ำไม่เป็นไร บรรยากาศมันไม่เหมือนเดิมอยู่แล้วนิ

 


7.ไปดูคนเดียว

อันนี้น่าจะ Level max แล้ว แอดเป็นเป็นบ่อยครับ ไม่ใช่ว่าอินดี้นะ พอดีค่อยมีเพื่อน การที่เราไปคนเดียว อาจจะหมายความว่า เราไม่สนใจละว่าใครจะไปไม่ไป ขี้เกียจรอเพื่อน บางคนลีลา อ้างนู่นอ้างนี่ กูไปคนเดียวดีกว่า อยากไปกี่โมงก็ไป อยากกลับกี่โมงก็กลับ อยากไปฉี่ก็ไปฉี่ อีกอย่าง ใช่ว่าจะเหงาสักเท่าไร เพื่อนอีกตั้งเยอะที่มาร้องเพลงข้างๆ กัน ที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน บางทีอาจจะได้เพื่อนใหม่ด้วยซ้ำ ความจริงแล้วมันไม่เหงาเลย

 


ยังไงจะเป็นยังไง ผมเลือกที่จะไปก่อนเพราะว่าสิ่งแวดล้อม หรือประสบการณ์ในแต่ละเทศกาลคอนเสิร์ต มันมีความเป็นตัวของมันเองแต่ละครั้ง ไม่มีเหมือนกันหรอก บางทีเราก็ไม่อยากจะพลาดมันเหมือนกัน แต่ผมก็ยังยืนยันนะว่าถ้าเครียดๆ อะไรก็ไปยืนเต้นหรือร้องเพลง สัก 2-3ชั่วโมง มันทำให้เราดีขึ้นจริงๆ นะ

#สนับสนุนให้คนไปดูคอนเสิร์ตกัน

Related Posts

เทรนด์หนวดกำลังมา

งานวิจัยนี้อาจจะไม่ตรงกับบ้านเราเท่าไรเพราะว่าเป็นงานวิจัยของทางเมืองนอกอย่างมหาวิทยาลัย Stirling (Scottland) และ Queensland (Australia) ได้บอกไว้ว…