ความหมายเพลง Thru These tears by Paul

คุณเชื่อมั้ยว่าผมเคยอยู่บนรถตอนกลางดึกคนเดียว และนั่งร้องไห้เป็นเวลาหลายนาที แต่ในที่สุดผมก็มีความคิดว่ามันต้องพอได้สักทีแล้ว
บทความโดย 

คุณเชื่อมั้ยว่าผมเคยอยู่บนรถตอนกลางดึกคนเดียว และนั่งร้องไห้เป็นเวลาหลายนาที แต่ในที่สุดผมก็มีความคิดว่ามันต้องพอได้สักทีแล้ว

 

“You know you’re gonna be okay “
คุณจะรู้ตัวเองว่า เดี๋ยวคุณก็ดีขึ้นเอง แค่มันยังไม่ใช่ตอนนี้เท่าเอง บางทีพวกคุณหลายคนคิดว่าการอกหักเนี่ย มันเป็นเรื่องปกติและมีแค่อารมณ์เดียวเท่านั้นเอง
แต่สำหรับผม มันไม่ใช่มัน มันไม่ได้มีแค่ความเศร้าเท่านั้น

 

ซึ่งการอกหักเนี่ยมันสามารถมีผลลัพท์ได้สองอย่าง
1. ทำใจไม่ได้ ตายไปตรงนั้นเลย
2. Move on ไปได้

 

ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนอยากไปเป็นข้อสองทั้งนั้น ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน แต่การ Move on ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะว่าลองคิดดูสิ ยิ่งผมเป็นนักร้องด้วยย่ิมหนีไม่พ้นการแต่งเพลงให้สาว หรือส่งเพลงให้สาวหรอก ยิ่งถ้าเราใกล้จะ Move on ได้แล้ว ,แล้วต้องมาได้ยินเพลงพวกนี้ คุณไม่สามารถที่จะลบภาพความทรงจำต่างๆได้แน่ๆ ภาพต่างมันต้องย้อนกลับมา นี่ผมยกตัวอย่างแค่เพลงนะ ยังไม่รวมสถานที่ที่พวกคุณเคยไปไหนมาด้วยกันอีก

1.<ท่อนแรก>
This hurts like hell
But I keep telling myself
It’s gonna get better
But it’s taking forever
I tried to go out
But every time I leave the house
Something reminds me
Of what’s now behind me
………………………………………
มันเจ็บเหมือนตกนรกเลย
ชั้นคอยบอกตัวเองว่ามันจะดีขึ้น
แต่ทำไมมันนานเหลือเกิน
ชั้นพยายามออกไปข้างนอก
แต่ทุกครั้งที่ชั้นออกจากบ้าน
มีบางอย่างคอยเตือนชั้นไว้
ว่าเรายังมีพันธะกับบางอย่างอยู่
<ท่อนแรก>

Everyday I let go
Just a little bit more
ทุกๆวันชั้นค่อยๆช่างแม่ง

รวมถึงพวกเพื่อนๆด้วย ที่คอยมาถามนู่นถามนี่ให้เราย้อนคิดกลับไปอีก เชื่อมั้ยว่าทุกๆวันของผมตอนที่ตื่นขึ้นมานั้น ผมรู้สึกเจ็บปวดกว่าเดิมทุกๆวันเลย เพราะว่าเพื่อนๆคอยถามแต่คำถามโง่ๆ เช่น “พวกนายคบมากันกี่ปีน่ะ เอาจำนวนนั้นไปหาร 2 ซะ นั่นแหละคือเวลาที่นายจะทำใจได้”

 

2. <ท่อนสอง>
In the end I’m gonna be alright
But it might take a hundred sleepless nights
To make the memories of you disappear
But right now I can’t see nothing through these tears
………………………………………
สุดท้ายชั้นคงจะผ่านมันไปได้
แต่มันคงต้องใช้เวลาหลายร้อยคืนเลย
เพื่อที่จะลบภาพความทรงจำพวกนั้นทิ้งซะ
แต่ตอนนี้ชั้นมองอะไรไม่เห็นผ่านน้ำตาเหล่านี้
<ท่อนสอง>

 

ผมยังจำวันแรกที่อกหักได้เลย มันไม่ได้เจ็บมากนะ ผมได้แต่ภาวนาไว้ว่าผมจะผ่านมันไปได้ และผมหวังว่าผมจะดีขึ้น ผมมีความคิดที่จะเริ่มความสัมพันธ์ใหม่เหมือนกัน แต่ผมก็ต้องมั่นใจว่าการที่ผมจะ Move on ไปหาคนอื่นได้นั้น ผมต้องละทิ้งความสัมพันธ์ ความคิดต่างๆ ไว้ข้างหลังให้หมดก่อน ผมจะเอาแต่เรื่องที่ดีไป เรื่องที่ไม่ดี ก็ทิ้งมันไว้ข้างหลังซะ และปล่อยให้ภาพความทรงจำตรงนั้นมันเลือนลางหายไป

 

3. <ท่อนสาม>
Control my thoughts
Convincing myself it’s your loss
I really mean it
And I’m starting to believe it
…………………………………………..
พยายามที่จะควบคุมความคิด
คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะชั้น
ชั้นคิดแบบนี้จริงๆนะ
และชั้นก็เริ่มเชื่อแบบนี้ไปแล้ว
<ท่อนสาม>

ซึ่งบางครั้งคุณก็อธิบายไม่ได้หรอกว่าทำไมมันต้องจบ บางครั้งมันก้ไม่มีเหตุผล ผมเข้าใจนะว่าบางทีคุณก็แอบมีความคิดว่า เราทำอะไรผิดไป และมันก็จะมีสันนิษฐานแย่ๆขึ้นมา ซึ่งท้ายสุดคุณก็ต้องโทษอะไรสักอย่าง ไม่ตัวคุณก็ตัวเค้า ,ตอนนั้นแหละจะเป็นเวลาที่คุณรู้สึกฟุ้งซ่าน ซึ่งคุณอาจจะมีความคิดที่จะไม่อยากอยู่ต่อแล้ว

 

4. <ท่อนสี่>
Out of sight but you’re not out of my mind
So it might take somebody else at night
To make it feel like you were never here
But right now I can’t see nothing through these tears
…………………………………………..
พยายามที่จะลืมเธอไป
ซึ่งมันอาจจะต้องเอาใครสักคนมาแทนที่
เพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่าเธอไม่เคยอยู่ตรงนี้
แต่ตอนนี้ชั้นมองอะไรไม่เห็นผ่านน้ำตาเหล่านี้
<ท่อนสี่>

 

5. <ท่อนห้า>
You said it was over
But when we got closer
You cried on my shoulder
Goodbye
…………………………………………..
เธอบอกว่ามันจบไปแล้ว
แต่พอเราอยู่ใกล้กัน
เธอกลับมาร้องไห้บนบ่าชั้น
ลาก่อน
<ท่อนห้า>

 

จริงๆท่อนนี้ก็เหมือนกับการที่ผมงงกับผู้หญิงบางคนเหมือนกันนะ ที่บอกว่ามันจบไปแล้ว,แลวทำไมคุณต้องเศร้า แต่ผมก็เข้าใจได้ว่าบางที่มันเป็นอารมณ์ที่สับสนน่ะ ว่าบางทีคุณอยากให้มันจบแต่พอจบแล้วคุณก็รู้สึกแปลกๆ แต่ผมว่าท่อนนี้เป็นท่อนที่ดีที่สุดเพราะ มันเหมือนเป็นท่อนที่สรุปว่าผมสามารถทำใจกับมันได้แล้ว แต่มันก็ยังมีภาพความทรงจำเก่าๆย้อนกลับมาอยู่

 

6. <ท่อนหก>
Driving home on an empty highway
I thought about you and I hit the brakes
What we had and who we were was so clear
But right now I can’t see nothing through these tears
…………………………………………..
ขับรถกลับบานบนทางที่โล่งสง
ชั้นคิดถึงเธอและเหยียบเบรกทันที
แล้ะมานั่งคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย
แต่ตอนนี้ชั้นมองอะไรไม่เห็นผ่านน้ำตาเหล่านี้
<ท่อนหก>

และผมก็จบด้วยท่อนสุดท้ายที่มีเมโลดี้ที่เหมือนเดิมแต่เนื้อร้องที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งความรู้สึกตอนสุดท้ายที่เรายังนึกคิดถึงเค้าอยู่ ว่าเราอยู่ในสถานการณ์ไหน สุดท้ายผมก็ Move on ไม่ได้อยู่ดี

 

 

”””””””””””””””””””””””””””’
ใครอยากไปฟังพี่ Paul ไปซื้อบัตรงาน MAYA Music Festival นะ วง LANY เล่นแบบ Full set ในวันที่ 31มค -1กพนี้นะ
กด https://www.mayamusicfestival.com/ เล้ย

Related Posts

Gary Lightbody หายไปไหนมา 7 ปี

กลับมาในรอบ 7 ปี หลายๆคนคงจะทราบข่าวการมาทัวร์ที่บ้านเราของ วง Snow Patrol ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้กันบ้างแล้ว แต่หนุ่มๆ อินดี้ร๊อคจาก…

Who is Rich Brian ?

Rich Brian เอเชียน แร็ปเปอร์ เจนใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยความสามารถ  …